1. Kamikochi National Park – นากาโนะ

หุบเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น น้ำใสแบบมรกต วิวเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นอลังการสุดๆ
⭐ ไฮไลต์
- สะพานคัปปะบาชิ (Kappa Bridge)
- แม่น้ำอะซุสะใสกิ๊ง
- เส้นทางเดินป่าระดับเบา–กลาง
- อากาศเย็นมากในฤดูร้อน (ประมาณ 12–22°C)
⏰ เวลาเปิด–ปิด
- เปิดเฉพาะฤดูกาล กลางเมษายน – กลางพฤศจิกายน
ปิดให้เข้าช่วงฤดูหนาว
💰 ค่าเข้า
- ฟรี
🚍 การเดินทาง
- จาก Matsumoto → นั่งบัสจากสถานี Matsumoto ไป Kamikochi ประมาณ 1 ชม. 30 นาที
- ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวเข้า ต้องเปลี่ยนเป็นรถบัสหรือแท็กซี่จากลานจอดรถที่กำหนด
2. Oze National Park – กุนมะ / ฟุคุชิมะ / นีงาตะ

อุทยานที่มี “ทุ่งไม้พุ่มและทุ่งดอกไม้ทะเลสาบสูง” สวยแบบภาพวาด โดยเฉพาะทุ่งดอก Mizubasho ในต้นฤดูร้อน
⭐ ไฮไลต์
- ทางเดินสะพานไม้ยาวผ่านทุ่งหญ้า
- บึง Ozegahara
- ถ่ายรูปวิวกว้างแบบ 360°
- ใบไม้เขียวสดช่วงมิถุนายน–กรกฎาคม
⏰ เวลาเปิด–ปิด
- เปิดให้ขึ้นเขาช่วง พฤษภาคม–ตุลาคม
💰 ค่าเข้า
- ฟรี (มีค่ารถบัส/ค่าทางเข้าลานจอดรถตามเส้นทางที่ใช้)
🚞 การเดินทาง
- จากสถานี Nikko → บัสไปเส้น Tokura / Hatomachitoge
- ต้องเดินเท้าต่อ (2–3 ชม. แต่ทางสวย เดินง่าย)
3. Daisetsuzan National Park – ฮอกไกโด

อุทยานที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น! สายลุย สายเดินป่า ต้องรัก อากาศเย็นมากแม้ในหน้าร้อน
⭐ ไฮไลต์
- Ropeway ชมวิวภูเขา Asahidake
- เส้นทางเดินป่าหลายระดับ
- ทุ่งดอกไม้ภูเขาอัลไพน์
- เหมาะกับคนชอบธรรมชาติแบบดิบๆ
⏰ เวลาเปิด–ปิด
- เปิดทั้งปี แต่ช่วงขึ้นเขาแนะนำ มิ.ย.–ก.ย.
💰 ค่าเข้า - ฟรี
- ค่าโรปเวย์ Asahidake: ~2,000–3,200 เยน (ไป–กลับ)
🚗 การเดินทาง
- จาก Sapporo → รถไฟไป Asahikawa
- ต่อบัสไป Asahidake Ropeway
ขอบคุณรูปภาพจาก hokkaidonaturetours
4. Yakushima – คิ้วชู (Kagoshima)

เกาะมรดกโลกที่เต็มไปด้วยป่ามอสและไม้เก่าแก่อายุเป็นพันปี บรรยากาศเหมือนอยู่ใน Ghibli
⭐ ไฮไลต์
- ป่า Shiratani Unsuikyo (แรงบันดาลใจ Princess Mononoke)
- ต้น Jomon Sugi
- แม่น้ำและลำธารใสระดับคริสตัล
- เย็นสบายแม้หน้าร้อน
⏰ เวลาเปิด–ปิด
- เปิดตลอดปี
💰 ค่าเข้า
- Shiratani Unsuikyo: 500 เยน
บางเส้นทางต้องเสียค่ารถหรือค่าไกด์เพิ่มเติม
🚢 การเดินทาง
- จาก Kagoshima → เรือด่วน Jetfoil ประมาณ 2 ชม.
- เครื่องบินจากฟุกุโอกะ / คาโกชิมะ ไปลงสนามบิน Yakushima
5. Shiretoko National Park – ฮอกไกโด

อุทยานมรดกโลกธรรมชาติ น้ำตก ทะเลสาบ ป่า และสัตว์ป่าเพียบ มีเรือชมปลาวาฬด้วย!
⭐ ไฮไลต์
- ห้าทะเลสาบ Shiretoko Goko
- ล่องเรือชมธรรมชาติชายฝั่ง
- มีโอกาสเห็นหมีสีน้ำตาล (จากระยะปลอดภัย)
- หน้าร้อนวิวเขียวสดและอากาศดีมาก
⏰ เวลาเปิด–ปิด
- ทะเลสาบเปิดให้เข้า พฤษภาคม–พฤศจิกายน
💰 ค่าเข้า
- Shiretoko Goko boardwalk: 500 เยน
ทัวร์เรือ: 3,000–9,000 เยน (ขึ้นกับเส้นทาง)
🚙 การเดินทาง
- จาก Abashiri → รถบัสไป Utoro
- มีทัวร์เดินป่าและทัวร์เรือให้เลือกที่ท่าเรือ Utoro
เหมาะกับใคร?
✔️ คนชอบธรรมชาติแบบฟีลยุโรป
✔️ คนอยากหนีร้อนจากโตเกียว–โอซาก้า
✔️ สายกล้อง สายคาเฟ่กลางวิวเขา
✔️ คนชอบเดินป่าเบาๆ หรือเดินจริงจัง
✔️ ครอบครัวที่อยากให้เด็กๆ อยู่กับธรรมชาติ
เขียนโดย
SS Quality Japan Trip Team
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวญี่ปุ่น พร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับการเดินทาง
บทความในหมวดเดียวกัน
เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ

เปิดโลกใต้ทะเลสุดไพรเวท 5 อควาเรี่ยมในญี่ปุ่นที่ต้องไปเยือนสักครั้ง พร้อมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ
วันนี้ SS Quality ขอพาคุณไปเช็คอิน 5 อควาเรี่ยมระดับตำนาน ที่ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนมุมมองโลกใต้น้ำของคุณไปตลอดกาล แต่ยังเหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวที่คุณสามารถกำหนดตารางเวลาได้เอง ให้ทุกช่วงเวลาเป็นการพักผ่อนที่แท้จริง

รวมพิกัดชี้เป้าแหล่งช้อปปิ้งของฝากในโตเกียว
การเดินทางท่องเที่ยวโตเกียวจะไม่สมบูรณ์แบบหากขาดการช้อปปิ้งของฝากติดมือกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นขนมอร่อยๆ สกินแคร์คุณภาพเยี่ยม หรือของสะสมสุดพรีเมียม แต่ละย่านในโตเกียวนั้นมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ของฝากที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกปักหมุดแหล่งช้อปปิ้งให้ตรงกับความต้องการของทั้งผู้รับและผู้ใหัจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นและประทับใจที่สุด

ความต่างระหว่าง ที่พักเรียวกัง กับ โรงแรมทั่วไป ในญี่ปุ่น
เคยสงสัยไหมคะว่า… เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำไมใครๆ ก็บอกว่า "ต้องลองนอนเรียวกังดูสักครั้ง"? แล้วที่พักสไตล์ดั้งเดิมแบบนี้ มันต่างจากการนอนโรงแรมหรูทั่วไปยังไงบ้าง? 🤔✨ วันนี้ SS จะมาพาทุกท่านไปไขข้อข้องใจเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ช็อตต่อช็อต! เผื่อใครกำลังวางแผนทริปพาครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือเด็กๆ ไปพักผ่อน จะได้เลือกที่พักที่ตอบโจทย์และประทับใจที่สุดค่ะ! 🎌🏮

